{{พะเยา}}กิจกรรม “ผู้ว่าศุภชัยฯเยี่ยมชุมชน” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559 วันนี้ท่านศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชน บ.วังขอนแดงและ บ.สันต้นตุ้ม {{คลิปข่าว}} http://bit.ly/29wMA8q

..กิจกรรม “ผู้ว่าศุภชัยฯเยี่ยมชุมชน” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559 วันนี้ท่านศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชน เพื่อเยี่ยมสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ติดตามและให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพี่น้องประชาชนจังหวัดพะเยา ในช่วงวันหยุดราชการเป็นประจำทุกข์สัปดาห์…จุดแรก..ภาคเช้า..เยี่ยมชุมชนคนอิสาน “บ้านวังขอนแดง” หมู่ที่ 11 ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา บ้านวังขอนแดงเป็นหมู่บ้านของคนอีสานที่ได้พาครอบครัวย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัดต่างต่างของภาคอีสาน เช่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดชัยภูมิเป็นต้น และเริ่มย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านวังขอนแดงเมื่อ ปี พ.ศ. 2504ที่มาของการตั้งชื่อหมู่บ้าน”วังขอนแดง”ก็มาจากลักษณะของลำน้ำอิงซึ่งมีขอนไม้แดงอยู่ในวังน้ำอิงเป็นจำนวนมากอเลยตั้งชื่อหมู่บ้านว่า”บ้านวังขอนแดง”หมู่บ้านวังขอนแดงมีประชากรทั้งหมด 160 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 725 คนชาวบ้านวังขอนแดงมีนิสัยรักความสะอาด ยึดมั่นในทางปฏิบัติสายกลาง ตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง นั่นก็คือ ความพอเพียง พอประมาณ มีเหตุมีผลและมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง ชาวบ้าน ในหมู่บ้านวังขอนแดงแรกเริ่มเป็นคนอีสานย้ายถิ่นฐานมาจากภาคอีสาน การใช้ชีวิตในปัจจุบันของคนในหมู่บ้านวังขอนแดงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งชาวบ้านและพระสงฆ์ ร่วมมือกันดูแลชุมชนและรักษาสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านให้งดงามเป็นระเบียบสะอาด ปราศจากมลภาวะ และอบายมุข ชาวบ้านยังดำรงอยู่ในหลักศีลธรรมยึดมั่นในการปฏิบัติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านวังขอนแดงก็คือการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ซึ่งได้ดำเนินมานับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2539 นอกจากจะเป็นการเสริมรายได้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่และดีงามของชาวไทยอิสานที่สืบทอดกันมายาวนาน ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรการพัฒนาการปลูกหม่อน เลี้ยงไหมก็จะต้องดำเนินการต่อไป เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพของสตรีในชุมชนบ้านวังขอนแดง บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองและความพอเพียงเยี่ยมครัวเรือนต้นแบบ นางสาวพัชร์ศศิ สถิตพงษ์ประภา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประทับใจในชีวิตและผลงานของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหญิง ตัวน้อย ๆ “นางสาวพัชร์ศศิ สถิตย์พงษ์ประภา” ด้วยวัย 36 ปี ที่เคยใช้ชีวิตในป่าปูนที่กรุงเทพฯ กับสามีคนสุโขทัย ทั้งสองคนคิดว่าเงินคือความสุข แต่หาเป็นดังนั้นไม่ ทั้งสองต้องทิ้งลูกน้อยอยู่กับตายายที่บ้านวังขอนแดน…ที่เรียกร้อง โหยหาความรัก ความอบอุ่นจากพ่อและแม่ทุกวันทั้งสองสามีจึงตัดสินใจกลับบ้านวังขอนแดง และยึดแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือ ยึดปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงฯ เป็นภูมิคุ้มกัน โดยเข้าไปศึกษาอบรมที่ “โรงเรียนบ้านชาวนา” ของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย ใช้เวลาเรียนรู้ 1 ปี เต็ม ๆ ก็กลับมาที่บ้านนำความรู้ที่ได้รับจากพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี มาทำทีบ้าน ..วันนี้ท่านผู้ว่าฯศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ได้ไปเห็นประจักษ์ด้วยสายตาแล้วว่า..แนวทางของ “เศรษฐพอเพียง” ที่ได้มอบเป็นนโยบายในการขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชน เริ่มเห็นเป็นมรรค เป็นผลแล้ว ในพื้นที่ประมาณ 3 งาน มะนาวกำลังออกลูกให้ผล ในบ้านยังมี กบ ปลา ไม้ผล เป็ด ไก่ ฯลฯ โดยเน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลัก ที่ประทับใจและทึ่งมากคือ การเพาะเลี้ยงใส้เดือนนำมาทำเป็นปุ๋ยหลังจากนั้นก่อนเดินทางออกจากหมู่บ้านวังขอนแดง ได้แวะเยี่ยม ครัวเรือนต้นแบบ นายแกยูร สืบวาปี เกษตรกรที่มีการพัฒนาอาชีพของครัวเรือน เช่น เลี้ยงกบ- ปลาดุก-กุ้งแรปเปอร์-และยังสามารถเพราะลูกกุ้งขายเป็นรายได้อีกด้วย..ภาคบ่าย..เป็นจุดที่สอง ได้ลงเยี่ยมชมชนปลอดขยะ..บ.สันต้นตุ้ม หม่ที่ 3 ต.แม่อิง อ.ภูกามยาว จ.พะเยา..ชุมชนแห่งงนี้..มีการบริหารจัดการขยะโดยชุมชน นอกจากจะมีการเปลี่ยนขยะให้เป็นเงินแล้ว ยังทำให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่ดี สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังเกื้อกูลไปถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้ยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่นี่ สร้างงาน สร้างรายได้แก่ชาวบ้านที่นี่อีกหลากหลายกิจกรรม ดังเช่นกิจกรรมที่ผู้ว่าฯศุภชัยเอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาได้ลงเยี่ยมเยียนดังต่อไปนี้..ครัวเรือนต้นแบบของนายเสงี่ยม จันทร์พรมมินทร์ ซึ่งเป็นข้าราชการครูบำนาญ มีการนำเศษขยะที่เป็นวัชพืช มาทำการหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ชีวภาพสำหรับการนำไปบำรุงดินเพื่อการปลูกพืชผักสวนครัวที่สวนในบริเวณบ้านของตน ทำให้พืชผัก สวนเกษตรที่ปลูกเขียวสวยสดงดงามและยังปลอดสารเคมีอีกด้วย และที่สำคัญท่านเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่นำน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ในท้องถิ่น เช่น มะม่วง ลำไย ลิ้นจี่ หรือผลไม้ตามฤดูกาลนำมาผ่านกระบวนการหมักจนได้เป็นเจลเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ซึ่ง อ.เสงี่ยมบอกว่าต้องใช้เวลาการหมักถึง 7-8 ปีเลยทีเดียวกว่าจะเกิดเป็นวุ้น หรือ เป็นเจลขึ้นมาได้เยี่ยมกิจกรรมเปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน โดยการคัดเลือกขยะจากกล่องสุรา กระป๋องนม นำมาประดิษฐ์เป็นของใช้ในครัวเรือน เช่น หมวก กล่องใส่กระดาษทิชชู และยังมีอีกหลายรูปแบบ ซึ่งแม่บ้านที่นี่ได้รวมกลุ่มนำโดย คุณแม่ศรีคำ เป็งนวล และสมาชกสตรีแม่บ้าน รวมกลุ่มกันทำใช้กันเองในครัวเรือนและยังจำหน่ายเป็นรายได้แก่ครอบครัวได้ด้วยต่อจากนั้นท่านฯผู้ว่าศุภชัยได้นั่งรถชาเล้งแบบชาวบ้าน เยี่ยมชมจุดบริหารจัดการขยะ เป็นจุดแยกขยะ ในที่สาธารณะที่ชาวบ้านเรียกว่า ”โท้งประชาสามัคคี”จากนั้นเที่ยวชมครัวเรือนต้นแบบอีกหลายครัวเรือน ครัวเรือนอาชีพปลูกพริก (ครัวเรือน นายสิงห์คำ เป็งนวล)เยี่ยมชมกิจการของ “ไผ่กวนอิม”..ท่ามกลางพื้นที่ทำนาโดยรอบ แต่ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ของ คุณวรารัตน์ วงศ์ไชยา เกษตรกรที่ตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ปลูกไผ่กวนอิม มาเกือบ 20 ปีแล้ว โดยเริ่มจากปลูกเป็นอาชีพเสริมจากการทำนา เพียง 3 ไร่เท่านั้น และทดลองหาตลาดเองมานานกว่า 5 ปี ก็พบว่ามีลู่ทางที่ดี จึงขยายพื้นที่ปลูกและยึดเป็นอาชีพหลักพันธุ์ที่ปลูกมีทั้งไผ่กวนอิมหยก ไผ่กวนอิมสีเงิน และไผ่กวนอิมสีทอง ซึ่งเป็น 3 สายพันธุ์ที่ตลาดนิยม การปลูกต้องปลูกในโรงเรือนพรางแสงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ใช้วิธีการปักชำ ดูแลให้น้ำทุกๆ 15-20 วัน ใส่ปุ๋ยคอกบำรุงต้นปีละ 2 ครั้ง และใส่ปุ๋ยเคมีเร่งการแตกใบเดือนละครั้ง หลังปลูก 6-10 เดือน ก็เริ่มทยอยตัดต้นขายได้เดิมเกษตรกรตัดขายเฉพาะไม้ตรง ความยาวลำต้น 30-120 เซนติเมตร ราคาเพียงต้นละ 50 สตางค์ ถึง 5 บาท เท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบให้หลากหลาย ตอบสนองกับที่ตลาดต้องการ ทั้งการผลิตเป็นไม้ดัด ไม้จักสาน ไม้พุ่ม และไม้หน่อแตกตา ช่วยเพิ่มมูลค่าไผ่กวนอิมมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวนอกจากจะส่งขายตลาดในประเทศแล้ว ตลาดต่างประเทศก็ยังนิยมใช้ไม้มงคลชนิดนี้อีกด้วย โดยมีการสั่งซื้อจากประเทศจีน อินเดีย รวมถึงประเทศในแถบตะวันออกกลางทุกปีนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่าง ที่ไม่ยึดติดกับอาชีพทำนาแต่เพียงอย่างเดียว แต่การเปลี่ยนแปลงอาชีพใหม่ ก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลการผลิต และการตลาดให้รอบด้านด้วยและก่อนเดินทางกลับจังหวัดพะเยา…เยี่ยมสถาบันการเงินชุมชนดีเด่น ณ อาคารเอนกประสงค์หมู่บ้าน ..ต้องขอขอบพระคุณ..ท่านนายอำเภอ ท่านผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการฯ และพี่น้องชาวบ้านวังขอนแดงและ บ.สันต้นตุ้มไว้ ณ ที่นี้ เป็นอย่างสูง ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น.. {{คลิปข่าว}} http://bit.ly/29wMA8q

(Visited 1 times, 1 visits today)